Football match

เปิดตำราแนะนำแท็กติกและปรัชญาฟุตบอล ยอดนิยมปี 2020

ฟุตบอลยุคบุกเบิก มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอังกฤษ ที่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายสู้กัน โดยใช้ลูกกลางอากาศเป็นหลัก ซึ่งยุคแรกๆ ฟุตบอลจะมาในระบบ 4-4-2 หรือ 3-5-2 แบบมาตรฐานของอิตาลี แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2000 ฟุตบอลสมัยใหม่ก็เริ่มเข้ามาโดยยอดโค้ชของโลกได้พัฒนาระบบแยกย่อยออกมามากมายทั้ง 4-4-1-1, 4-3-3, 4-2-3-1 หรือแม้แต่ 4-6-0 ก็มีให้เห็น

อย่างไรก็ดี ระบบการยืนเป็นเพียงตัวเลขที่วางไว้เท่านั้น แต่แท็กติกที่ใช้เล่นเกมรุกและเกมรับ รวมถึงปรัชญาฟุตบอลในอดีตก็ยังคงเหมือนเดิม โดยแบ่งได้ ดังนี้

แท็คติกเกมรุก

ครองบอลบุกแบบ ติกิ-ตาก้า

การเล่นเกมรุกสามารถทำได้หลายรูปแบบ แล้วแต่สไตล์เล่นของทีม แต่แฟนๆ ที่ชอบบอลบุกน่าจะรู้จักสไตล์ “ติกิ-ตาก้า” แบบบาร์เซโลน่า หรือสเปนยุครุ่งเรือง เป็นอย่างดี ว่าง่ายๆ คือการครองบอลไปเรื่อยๆ เท้าสู่เท้าเพื่อหาจังหวะยิงประตู

เกมสวนกลับเร็ว

การครองบอลบุกอาจจะต้องใช้ความอดทนสูง แต่บางทีมก็ปล่อยให้คู่แข่งครองบอลและรอจังหวะเล่นงานจากความผิดพลาดโดยใช้จังหวะสวนกลับเร็ว เพื่อเอาประตูขึ้นนำ ซึ่งเป็นแท็กติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้บ่อยในช่วงต้นปี 200 กับเชลซี

บอลโยนสไตล์อังกฤษ

การเล่นเกมบุกสไตล์ถือเป็นสไตล์อังกฤษโบราณ ที่ใช้กองหน้าคู่ที่สูงใหญ่ ยืนค้ำกับแนวรับคู่แข่ง โดยเหมาะสำหรับทีมเล็กๆ ที่กองกลางไม่สามารถครองบอลได้ และอาศัยการเล่นฉาบฉวยแบบ ไดเร็คฟุตบอลเปิดจากหลังมาหน้า หรือเปิดจากริมเส้นมาลุ้นทำประตูในกรอบเขตโทษ

แท็คติกเกมรับ

ประกบแบบตัวต่อตัว

การเล่นเกมรับในอดีตจะมี 2 แท็กติกที่นิยม คือการตามประกบแบบตัวต่อตัว และยืนเกมรับแบบคุมโซน โดยการให้กองหลังตามคู่แข่งแบบตัวต่อตัว มีจุดเริ่มต้นจากอิตาลี ช่วงปี 1970-80 ที่เน้นเกมรับที่เหนียวแน่นและรัดกุมด้วยใช้การประกบเป็นเงาตามตัว และมี สวีปเปอร์ เป็นตัวฟรีคอยดักบอลสุดท้ายอีกที

เน้นรับแบบคุมโซน

เกมรับแบบคุมโซน หรือใช้กองกลางถอยลงมาช่วยกองหลังยืนคุมพื้นที่ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคสมัยใหม่ โดยแท็กติกแบบนี้จะช่วยลดช่องโหว่ในการเล่นแบบประกบตัวต่อตัวที่หากใครพลาดถูกเลี้ยงผ่านจะเปิดช่องทันที แต่ป้องกันแบบคุมโซนต้องอาศัยกรยืนตำแหน่งที่ดี และทำให้เกมบุกเจาะเข้าไปยากขึ้น

เกมเพรสซิ่ง

ฟุตบอลยุคใหม่ ของทีมที่เน้นเกมบุกเริ่มใช้การเล่นเกมรับแบบเพรสซิ่งเข้าหาคู่แข่ง เพื่อเล่นเกมรับตั้งแต่แดนหน้า โดยเริ่มมาจากฟุตบอลของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงปี 2010 ที่จะสั่งให้นักเตะวิ่งแย่งบอลคืนมาพร้อมๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุด และครองบอลบุกต่อทันที